Aku no Musume :: Kagamine Rin
[ Produced by mothy ] "O--- ho-ho-ho-ho-ho. Saa, Hizamazukinasai! "
" โอ๊ โฮะโฮะโฮะโฮะ เอ้า คุกเข่าลงซะสิ! " Mukashi mukashi aru tokoro ni
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
Akugyakuhidou no oukoku no
ยังมีอาณาจักรที่มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย
Chouten ni kunrin suru wa
ผู้ที่ปกครองอาณาจักรนั้นอยู่ก็คือ
Yowai juuyon no oujo-sama
เจ้าหญิงซึ่งมีพระชันษาเพียง 14 ปี Kenran gouka na choudohin
ทรงมีทั้งข้าวของชั้นดีเลิศหรู
Kao no yoku nita meshitsukai
ทั้งคนรับใช้ใกล้ชิดที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันยิ่ง
Aiba no namae wa JOSEPHINE
และพระอาชาตัวโปรดนามโจเซฟิน
Subete ga subete kanojo no mono
รวมไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นของพระองค์ Okane ga tarinaku nattara
ถ้าหากเงินทองเกิดขาดแคลนขึ้นมา
Gumindomo kara shiboritore
ก็จะรับสั่งให้ไปขูดรีดเอามาจากเหล่าไพร่ฟ้า
Watashi ni sakarau monotachi wa
มันผู้ใดที่มาต่อต้านพระเดชา
Shukuseishite shimae
จักถูกสั่งฆ่าตัดตอนทิ้งไปสิ้น " Saa, Hizamazukinasai! "
" เอ้า คุกเข่าลงซะสิ! " Aku no hana Karen ni saku
ดอกไม้แห่งมาร้าย เบ่งบานอย่างงดงาม
Azayakana irodori de
ด้วยสีสันแสนสวยสดใส
Mawari no awarena zassou wa
หากแต่เหล่าพืชพรรณน่าสงสารที่รายล้อมอยู่นั้น
Aa Youbun to nari kuchiteiku
กลับค่อยๆเหี่ยวเฉากลายเป็นซากไป Boukun oujo ga koisuru wa
องค์หญิงผู้เผด็จการนั้นได้ตกหลุมรักกับ
Umi no mukou no aoi hito
ชายแห่งประเทศสีน้ำเงินจากอีกฟากทะเลไกลโพ้น
Dakedomo kare wa ringoku no
ทว่า เขาผู้นั้นกลับหลงใหลในแรกพบ
Midori no onna ni hitomebore
กับหญิงสาวแห่งประเทศสีเขียวข้างเคียง Shitto ni kurutta oujo-sama
เจ้าหญิงทรงเต็มไปด้วยจิตริษยา
Aru hi daijin wo yobi dashite
แล้วในวันหนึ่งได้ทรงเรียกคนรับใช้มา
Shizukana koe de iimashita
แล้วรับสั่งด้วยเสียงราบเรียบว่า
" Midori no koku wa horoboshinasai "
" จงไปทำลายประเทศสีเขียวทิ้งเสียให้สิ้น " Ikuta no ie ga yaki haraware
บ้านเรือนมากมายถูกเผาทำลาย
Ikuta no inochi ga kieteiku
ชีวิตหลายสิบต้องมลายหายสูญ
Kurushimu hitobito no nageki wa
กระนั้นเสียงคร่ำครวญของเหล่าประชาชน
Oujo ni wa todokanai
กลับส่งไปไม่ถึงองค์หญิงเลย " Ara, Oyatsu no jikan da wa "
" อ้าว ได้เวลาอาหารว่างแล้วสิ " Aku no hana Karen ni saku
ดอกไม้แห่งมารร้าย เบ่งบานอย่างงดงาม
Kuruoshii irodori de
ด้วยสีสันอันแรงร้อนร้าย
Totemo utsukushii hana nanoni
น่าเสียดายที่แม้จะเป็นดอกไม้ที่สวยงามเพียงใด
Aa Toge ga oosugite sawarenai
กลับไม่อาจจับต้องได้ ด้วยมีหนามแหลมอยู่มากมายเหลือเกิน Aku no oujo wo taosubeku
เพื่อที่จะปราบองค์หญิงมารร้าย
Tsui ni hitobito wa tachi agaru
ในที่สุดผู้คนก็ยืนหยัดขึ้น
Ugou no karera wo hikiiru wa
และผู้ที่พวกเขาได้เลือกให้เป็นผู้นำ
Akaki yoroi no onna-kenshi
ก็คือนักดาบสาวในชุดเกราะแดง Tsumori ni tsumotta sono ikari
ด้วยแรงพิโรธที่สะสมถมทับมากเข้า
Kuni-zentai wo tsutsumi konda
จากผู้คนทั่วทุกหัวระแหงในอาณาจักร
Naganen no ikusa de tsukareta
เหล่าทหารหาญที่เหนื่อยยากจากศึกสงครามนานปี
Heishitachi nado teki dewa nai
มีหรือที่จะทัดทานเอาไว้ได้ Tsui ni oukyuu wa kakomarete
และแล้วราชวังก็ถูกปิดล้อม
Kashintachi mo nige dashita
เหล่าคนรับใช้ก็หนีจากไป
Kawaiku karenna oujo-sama
องค์หญิงผู้น่ารักเลอโฉม
Tsui ni toraerareta
ก็ถูกจับตัวไว้ในที่สุด " Kono bureimono! "
" เจ้าไพร่ไร้มารยาท! " Aku no hana Karen ni saku
ดอกไม้แห่งมารร้าย เบ่งบานอย่างงดงาม
Kanashigena irodori de
ด้วยสีสันแสนโศกเศร้า
Kanojo no tame no rakuen wa
สรวงสวรรค์ที่บันดาลไว้ให้พระองค์
Aa Moroku mo hakanaku kuzureteku
ค่อยๆล่มสลายกลายเป็นอากาศธาตุไป Mukashi mukashi aru tokoro ni
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
Akugyakuhidou no oukoku no
ยังมีอาณาจักรที่มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย
Chouten ni kunrin suru wa
ผู้ที่ปกครองอาณาจักรนั้นอยู่ก็คือ
Yowai juuyon no oujo-sama
เจ้าหญิงซึ่งมีพระชันษาเพียง 14 ปี Shokei no jikan wa gogo san-ji
ฤกษ์ประหารพระองค์นั้นคือ 3 โมงในยามบ่าย
Kyoukai no kane ga naru jikan
เวลาที่ระฆังของโบสถ์จะลั่นกังวาน
Oujo to yobareta sono hito wa
ผู้ซึ่งถูกเรียกขานว่าเป็นองค์หญิงนั้น
Hitori rouya de nani wa omou
เพียงถูกทิ้งให้คิดอะไรเงียบๆในห้องขังตามลำพัง
Tsui ni sono toki wa yatte kite
และเวลานั้นก็มาถึงในที่สุด
Owari wo tsugeru kane ga naru
เสียงระฆังแห่งจุดจบได้กังวานขึ้น
Minshuu nado ni wa me mo kurezu
โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่าราษฎร์
Kanojo wa kou itta
นางก็ได้กล่าวคำออกมา
" Ara, Oyatsu no jikan da wa "
" อ้าว ได้เวลาอาหารว่างแล้วสิ "
Aku no hana Karen ni chiru
ดอกไม้แห่งมารร้าย โรยร่วงอย่างงดงาม
Azayana irodori de
ด้วยสีสันแสนสวยสดใส
Nochi no hitobito wa kou kataru
และในภายหลังผู้คนก็จักเล่าขานถึง
Aa Kanojo wa masa ni aku no musume
นางผู้ซึ่งเป็นมารร้ายอำมหิตโดยแท้จริง
Aku no Meshitsukai :: Kagamine Len
[ Produced by mothy ] Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Awarena futago
ฝาแฝดที่น่าสงสาร มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo mamoru Sono tame naraba
หากเพื่อจะปกป้องเธอแล้วล่ะก็
Boku wa aku ni datte natte yaru
แม้ต้องกลายเป็นมารร้ายผมก็จะทำ Kitai no naka bokura wa umareta
พวกเรากำเนิดมาท่ามกลางความคาดหวัง
Shukufukusuru wa kyoukai no kane
โดยมีเสียงระฆังของโบสถ์ลั่นฉลอง
Otonatachi no kattena tsugou de
แต่แล้วพวกผู้ใหญ่ก็ได้จัดการกำหนดแบ่งแยกกันเอง
Bokura no mirai wa futatsu ni saketa
อนาคตของพวกเราจึงถูกขีดออกเป็นสองทาง Tatoe sekai no subete ga
แม้ต่อให้ทุกสิ่งในโลกหล้า
Kimi no teki ni narou to mo
กลายเป็นศัตรูของเธอหมดทั้งสิ้น
Boku ga kimi wo mamoru kara
ผมก็จะเป็นคนที่คอยปกป้องเธอเอง
Kimi wa soko de waratteite
ดังนั้นโปรดหัวเราะอย่างมีความสุข ณ ตรงนั้นเถิด Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Awarena futago
ฝาแฝดที่น่าสงสาร มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo mamoru Sono tame naraba
หากเพื่อจะปกป้องเธอแล้วล่ะก็
Boku wa aku ni datte natte yaru
แม้ต้องกลายเป็นมารร้ายผมก็จะทำ Tonari no kuni e dekaketa toki ni
ในตอนที่ได้ไปเยือนประเทศข้างเคียง
Machi de mikaketa midori no ano ko
ก็ได้พบกับสาวน้อยแห่งประเทศสีเขียวคนนั้นเข้า
Sono yasashigena koe to egao ni
ด้วยเสียงที่อ่อนหวานและใบหน้ายิ้มแย้มของเธอ
Hitome de boku wa koi ni ochimashita
ผมก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจังในแรกเห็น Dakedo oujo ga ano ko no koto
แต่ทว่าองค์หญิงนั้นกลับ
Keshite hoshii to negau nara
ต้องการให้กำจัดเธอคนนั้น
Boku wa sore ni kotaeyou
ผมจึงต้องตอบสนองรับสั่ง Doushite? Namida ga tomaranai
แต่ทำไมกันนะ? น้ำตาไม่ยอมหยุดไหลเลย Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Kuruoshiki futago
ฝาแฝดผู้ชั่วร้าย มีชะตาต้องพรากกัน
" Kyou no oyatsu wa BRIOCHE da yo "
" ของว่างวันนี้คือบริออชล่ะ "
Kimi wa warau Mujakini warau
พระองค์แย้มสรวล หัวเราะอย่างไร้เดียงสา Mou sugu kono kuni wa owaru darou
อีกไม่นานก็คงถึงจุดจบของอาณาจักรนี้แล้วกระมัง
Ikareru kokumintachi no te de
ด้วยน้ำมือของเหล่าราษฎรที่เต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง
Kore ga mukui da to iu no naraba
ถ้าหากนี่เป็นกรรมที่สมควรได้รับแล้วล่ะก็
Boku wa aete Sore ni sakaraou
ผมก็จะลุกขึ้นสนองตอบมัน
" Hora boku no fuku wo kashite ageru "
" เอ้านี่ ผมจะให้ยืมชุดของผมนะ "
" Kore wo kite sugu o-nige nasai "
" โปรดทรงเอาไว้ แล้วรีบหนีไปเถิด "
" Daijoubu boukura wa futago da yo "
" ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเป็นแฝดกันนี่นา "
" Kitto dare ni mo wakaranai sa "
" จะต้องไม่มีใครจับได้อย่างแน่นอน " Boku wa oujo Kimi wa toubousha
ผมคือองค์หญิง ส่วนเธอเป็นผู้ที่หลบลี้หนีความตาย
Unmei wakatsu Kanashiki futago
ฝาแฝดผู้แสนเศร้า มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo aku da to iu naraba
ถ้าหากจะบอกว่าเธอเป็นมารร้ายแล้วล่ะก็
Boku datte onaji Chi ga nagareteru
ตัวผมเองก็มีเลือดนั้นไหลเวียนอยู่ในตัวเช่นกัน Mukashi mukashi aru tokoro ni
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
Akugyakuhidou no oukoku no
ยังมีอาณาจักรที่มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย
Chouten ni kunrinshiteta
ผู้ที่ปกครองอาณาจักรนั้นอยู่ก็คือ
Totemo kawaii boku no kyoudai
พี่สาวฝาแฝดผู้น่ารักของผมเอง Tatoe sekai no subete ga ( Tsui ni sono toki wa yatte kite )
แม้ต่อให้ทุกสิ่งในโลกหล้า ( และเวลานั้นก็มาถึงในที่สุด )
Kimi no teki ni narou to mo ( Owari wo tsugeru kane ga naru )
กลายเป็นศัตรูของเธอหมดทั้งสิ้น ( เสียงระฆังแห่งจุดจบได้กังวานขึ้น )
Boku ga kimi wo mamoru kara ( Minshuu nado ni wa me mo kurezu )
ผมก็จะเป็นคนที่คอยปกป้องเธอเอง ( โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่าราษฎร์ )
Kimi wa doko ka de waratteite ( Kimi wa watashi no kuchikuse wo iu )
ดังนั้นโปรดหัวเราะอย่างมีความสุข ณ ที่แห่งหนใดเถิด ( เธอก็พูดคำติดปากของฉันออกมา ) Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Awarena futago
ฝาแฝดที่น่าสงสาร มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo mamoru Sono tame naraba
หากเพื่อจะปกป้องเธอแล้วล่ะก็
Boku wa aku ni datte natte yaru
แม้ต้องกลายเป็นมารร้ายผมก็จะทำ Moshimo umare kawareru naraba
ถ้าหากชาติหน้าได้เกิดใหม่แล้วล่ะก็
Sono toki wa mata asonde ne
ในตอนนั้นเรามาเล่นด้วยกันอีกนะ
[ Produced by mothy ] "O--- ho-ho-ho-ho-ho. Saa, Hizamazukinasai! "
" โอ๊ โฮะโฮะโฮะโฮะ เอ้า คุกเข่าลงซะสิ! " Mukashi mukashi aru tokoro ni
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
Akugyakuhidou no oukoku no
ยังมีอาณาจักรที่มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย
Chouten ni kunrin suru wa
ผู้ที่ปกครองอาณาจักรนั้นอยู่ก็คือ
Yowai juuyon no oujo-sama
เจ้าหญิงซึ่งมีพระชันษาเพียง 14 ปี Kenran gouka na choudohin
ทรงมีทั้งข้าวของชั้นดีเลิศหรู
Kao no yoku nita meshitsukai
ทั้งคนรับใช้ใกล้ชิดที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันยิ่ง
Aiba no namae wa JOSEPHINE
และพระอาชาตัวโปรดนามโจเซฟิน
Subete ga subete kanojo no mono
รวมไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นของพระองค์ Okane ga tarinaku nattara
ถ้าหากเงินทองเกิดขาดแคลนขึ้นมา
Gumindomo kara shiboritore
ก็จะรับสั่งให้ไปขูดรีดเอามาจากเหล่าไพร่ฟ้า
Watashi ni sakarau monotachi wa
มันผู้ใดที่มาต่อต้านพระเดชา
Shukuseishite shimae
จักถูกสั่งฆ่าตัดตอนทิ้งไปสิ้น " Saa, Hizamazukinasai! "
" เอ้า คุกเข่าลงซะสิ! " Aku no hana Karen ni saku
ดอกไม้แห่งมาร้าย เบ่งบานอย่างงดงาม
Azayakana irodori de
ด้วยสีสันแสนสวยสดใส
Mawari no awarena zassou wa
หากแต่เหล่าพืชพรรณน่าสงสารที่รายล้อมอยู่นั้น
Aa Youbun to nari kuchiteiku
กลับค่อยๆเหี่ยวเฉากลายเป็นซากไป Boukun oujo ga koisuru wa
องค์หญิงผู้เผด็จการนั้นได้ตกหลุมรักกับ
Umi no mukou no aoi hito
ชายแห่งประเทศสีน้ำเงินจากอีกฟากทะเลไกลโพ้น
Dakedomo kare wa ringoku no
ทว่า เขาผู้นั้นกลับหลงใหลในแรกพบ
Midori no onna ni hitomebore
กับหญิงสาวแห่งประเทศสีเขียวข้างเคียง Shitto ni kurutta oujo-sama
เจ้าหญิงทรงเต็มไปด้วยจิตริษยา
Aru hi daijin wo yobi dashite
แล้วในวันหนึ่งได้ทรงเรียกคนรับใช้มา
Shizukana koe de iimashita
แล้วรับสั่งด้วยเสียงราบเรียบว่า
" Midori no koku wa horoboshinasai "
" จงไปทำลายประเทศสีเขียวทิ้งเสียให้สิ้น " Ikuta no ie ga yaki haraware
บ้านเรือนมากมายถูกเผาทำลาย
Ikuta no inochi ga kieteiku
ชีวิตหลายสิบต้องมลายหายสูญ
Kurushimu hitobito no nageki wa
กระนั้นเสียงคร่ำครวญของเหล่าประชาชน
Oujo ni wa todokanai
กลับส่งไปไม่ถึงองค์หญิงเลย " Ara, Oyatsu no jikan da wa "
" อ้าว ได้เวลาอาหารว่างแล้วสิ " Aku no hana Karen ni saku
ดอกไม้แห่งมารร้าย เบ่งบานอย่างงดงาม
Kuruoshii irodori de
ด้วยสีสันอันแรงร้อนร้าย
Totemo utsukushii hana nanoni
น่าเสียดายที่แม้จะเป็นดอกไม้ที่สวยงามเพียงใด
Aa Toge ga oosugite sawarenai
กลับไม่อาจจับต้องได้ ด้วยมีหนามแหลมอยู่มากมายเหลือเกิน Aku no oujo wo taosubeku
เพื่อที่จะปราบองค์หญิงมารร้าย
Tsui ni hitobito wa tachi agaru
ในที่สุดผู้คนก็ยืนหยัดขึ้น
Ugou no karera wo hikiiru wa
และผู้ที่พวกเขาได้เลือกให้เป็นผู้นำ
Akaki yoroi no onna-kenshi
ก็คือนักดาบสาวในชุดเกราะแดง Tsumori ni tsumotta sono ikari
ด้วยแรงพิโรธที่สะสมถมทับมากเข้า
Kuni-zentai wo tsutsumi konda
จากผู้คนทั่วทุกหัวระแหงในอาณาจักร
Naganen no ikusa de tsukareta
เหล่าทหารหาญที่เหนื่อยยากจากศึกสงครามนานปี
Heishitachi nado teki dewa nai
มีหรือที่จะทัดทานเอาไว้ได้ Tsui ni oukyuu wa kakomarete
และแล้วราชวังก็ถูกปิดล้อม
Kashintachi mo nige dashita
เหล่าคนรับใช้ก็หนีจากไป
Kawaiku karenna oujo-sama
องค์หญิงผู้น่ารักเลอโฉม
Tsui ni toraerareta
ก็ถูกจับตัวไว้ในที่สุด " Kono bureimono! "
" เจ้าไพร่ไร้มารยาท! " Aku no hana Karen ni saku
ดอกไม้แห่งมารร้าย เบ่งบานอย่างงดงาม
Kanashigena irodori de
ด้วยสีสันแสนโศกเศร้า
Kanojo no tame no rakuen wa
สรวงสวรรค์ที่บันดาลไว้ให้พระองค์
Aa Moroku mo hakanaku kuzureteku
ค่อยๆล่มสลายกลายเป็นอากาศธาตุไป Mukashi mukashi aru tokoro ni
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
Akugyakuhidou no oukoku no
ยังมีอาณาจักรที่มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย
Chouten ni kunrin suru wa
ผู้ที่ปกครองอาณาจักรนั้นอยู่ก็คือ
Yowai juuyon no oujo-sama
เจ้าหญิงซึ่งมีพระชันษาเพียง 14 ปี Shokei no jikan wa gogo san-ji
ฤกษ์ประหารพระองค์นั้นคือ 3 โมงในยามบ่าย
Kyoukai no kane ga naru jikan
เวลาที่ระฆังของโบสถ์จะลั่นกังวาน
Oujo to yobareta sono hito wa
ผู้ซึ่งถูกเรียกขานว่าเป็นองค์หญิงนั้น
Hitori rouya de nani wa omou
เพียงถูกทิ้งให้คิดอะไรเงียบๆในห้องขังตามลำพัง
Tsui ni sono toki wa yatte kite
และเวลานั้นก็มาถึงในที่สุด
Owari wo tsugeru kane ga naru
เสียงระฆังแห่งจุดจบได้กังวานขึ้น
Minshuu nado ni wa me mo kurezu
โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่าราษฎร์
Kanojo wa kou itta
นางก็ได้กล่าวคำออกมา
" Ara, Oyatsu no jikan da wa "
" อ้าว ได้เวลาอาหารว่างแล้วสิ "
Aku no hana Karen ni chiru
ดอกไม้แห่งมารร้าย โรยร่วงอย่างงดงาม
Azayana irodori de
ด้วยสีสันแสนสวยสดใส
Nochi no hitobito wa kou kataru
และในภายหลังผู้คนก็จักเล่าขานถึง
Aa Kanojo wa masa ni aku no musume
นางผู้ซึ่งเป็นมารร้ายอำมหิตโดยแท้จริง
Aku no Meshitsukai :: Kagamine Len
[ Produced by mothy ] Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Awarena futago
ฝาแฝดที่น่าสงสาร มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo mamoru Sono tame naraba
หากเพื่อจะปกป้องเธอแล้วล่ะก็
Boku wa aku ni datte natte yaru
แม้ต้องกลายเป็นมารร้ายผมก็จะทำ Kitai no naka bokura wa umareta
พวกเรากำเนิดมาท่ามกลางความคาดหวัง
Shukufukusuru wa kyoukai no kane
โดยมีเสียงระฆังของโบสถ์ลั่นฉลอง
Otonatachi no kattena tsugou de
แต่แล้วพวกผู้ใหญ่ก็ได้จัดการกำหนดแบ่งแยกกันเอง
Bokura no mirai wa futatsu ni saketa
อนาคตของพวกเราจึงถูกขีดออกเป็นสองทาง Tatoe sekai no subete ga
แม้ต่อให้ทุกสิ่งในโลกหล้า
Kimi no teki ni narou to mo
กลายเป็นศัตรูของเธอหมดทั้งสิ้น
Boku ga kimi wo mamoru kara
ผมก็จะเป็นคนที่คอยปกป้องเธอเอง
Kimi wa soko de waratteite
ดังนั้นโปรดหัวเราะอย่างมีความสุข ณ ตรงนั้นเถิด Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Awarena futago
ฝาแฝดที่น่าสงสาร มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo mamoru Sono tame naraba
หากเพื่อจะปกป้องเธอแล้วล่ะก็
Boku wa aku ni datte natte yaru
แม้ต้องกลายเป็นมารร้ายผมก็จะทำ Tonari no kuni e dekaketa toki ni
ในตอนที่ได้ไปเยือนประเทศข้างเคียง
Machi de mikaketa midori no ano ko
ก็ได้พบกับสาวน้อยแห่งประเทศสีเขียวคนนั้นเข้า
Sono yasashigena koe to egao ni
ด้วยเสียงที่อ่อนหวานและใบหน้ายิ้มแย้มของเธอ
Hitome de boku wa koi ni ochimashita
ผมก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจังในแรกเห็น Dakedo oujo ga ano ko no koto
แต่ทว่าองค์หญิงนั้นกลับ
Keshite hoshii to negau nara
ต้องการให้กำจัดเธอคนนั้น
Boku wa sore ni kotaeyou
ผมจึงต้องตอบสนองรับสั่ง Doushite? Namida ga tomaranai
แต่ทำไมกันนะ? น้ำตาไม่ยอมหยุดไหลเลย Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Kuruoshiki futago
ฝาแฝดผู้ชั่วร้าย มีชะตาต้องพรากกัน
" Kyou no oyatsu wa BRIOCHE da yo "
" ของว่างวันนี้คือบริออชล่ะ "
Kimi wa warau Mujakini warau
พระองค์แย้มสรวล หัวเราะอย่างไร้เดียงสา Mou sugu kono kuni wa owaru darou
อีกไม่นานก็คงถึงจุดจบของอาณาจักรนี้แล้วกระมัง
Ikareru kokumintachi no te de
ด้วยน้ำมือของเหล่าราษฎรที่เต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง
Kore ga mukui da to iu no naraba
ถ้าหากนี่เป็นกรรมที่สมควรได้รับแล้วล่ะก็
Boku wa aete Sore ni sakaraou
ผมก็จะลุกขึ้นสนองตอบมัน
" Hora boku no fuku wo kashite ageru "
" เอ้านี่ ผมจะให้ยืมชุดของผมนะ "
" Kore wo kite sugu o-nige nasai "
" โปรดทรงเอาไว้ แล้วรีบหนีไปเถิด "
" Daijoubu boukura wa futago da yo "
" ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเป็นแฝดกันนี่นา "
" Kitto dare ni mo wakaranai sa "
" จะต้องไม่มีใครจับได้อย่างแน่นอน " Boku wa oujo Kimi wa toubousha
ผมคือองค์หญิง ส่วนเธอเป็นผู้ที่หลบลี้หนีความตาย
Unmei wakatsu Kanashiki futago
ฝาแฝดผู้แสนเศร้า มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo aku da to iu naraba
ถ้าหากจะบอกว่าเธอเป็นมารร้ายแล้วล่ะก็
Boku datte onaji Chi ga nagareteru
ตัวผมเองก็มีเลือดนั้นไหลเวียนอยู่ในตัวเช่นกัน Mukashi mukashi aru tokoro ni
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง
Akugyakuhidou no oukoku no
ยังมีอาณาจักรที่มีสภาพความเป็นอยู่เลวร้าย
Chouten ni kunrinshiteta
ผู้ที่ปกครองอาณาจักรนั้นอยู่ก็คือ
Totemo kawaii boku no kyoudai
พี่สาวฝาแฝดผู้น่ารักของผมเอง Tatoe sekai no subete ga ( Tsui ni sono toki wa yatte kite )
แม้ต่อให้ทุกสิ่งในโลกหล้า ( และเวลานั้นก็มาถึงในที่สุด )
Kimi no teki ni narou to mo ( Owari wo tsugeru kane ga naru )
กลายเป็นศัตรูของเธอหมดทั้งสิ้น ( เสียงระฆังแห่งจุดจบได้กังวานขึ้น )
Boku ga kimi wo mamoru kara ( Minshuu nado ni wa me mo kurezu )
ผมก็จะเป็นคนที่คอยปกป้องเธอเอง ( โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่าราษฎร์ )
Kimi wa doko ka de waratteite ( Kimi wa watashi no kuchikuse wo iu )
ดังนั้นโปรดหัวเราะอย่างมีความสุข ณ ที่แห่งหนใดเถิด ( เธอก็พูดคำติดปากของฉันออกมา ) Kimi wa oujo Boku wa meshitsukai
เธอนั้นคือองค์หญิง ส่วนผมเป็นเพียงข้ารับใช้
Unmei wakatsu Awarena futago
ฝาแฝดที่น่าสงสาร มีชะตาต้องพรากกัน
Kimi wo mamoru Sono tame naraba
หากเพื่อจะปกป้องเธอแล้วล่ะก็
Boku wa aku ni datte natte yaru
แม้ต้องกลายเป็นมารร้ายผมก็จะทำ Moshimo umare kawareru naraba
ถ้าหากชาติหน้าได้เกิดใหม่แล้วล่ะก็
Sono toki wa mata asonde ne
ในตอนนั้นเรามาเล่นด้วยกันอีกนะ